ทีมตัวแทนผู้ให้บริการ ดูประวัติและช่องทางติดต่อของทีม
🌱 วางแผนเกษียณ · ฉบับเข้าใจง่าย

วันที่หยุดทำงาน
เงินของคุณยังทำงานอยู่ไหม?

เกษียณไม่ใช่วันที่รายจ่ายหยุด — มีแต่วันที่ รายได้หยุด คนไทยวันนี้อายุยืนถึงราว 85 ปี และผู้วางแผนที่ดีจะเผื่อถึง 90–100 ปี นั่นแปลว่าหลังเกษียณอาจต้องมีเงินเลี้ยงตัวเองต่ออีก 25–35 ปี โดยไม่มีสลิปเงินเดือนอีกเลย

✅ คำนวณในเครื่องคุณ ไม่ส่งข้อมูลออก ✅ ปรับเงินเฟ้อและผลตอบแทนได้ ✅ ใช้ได้ทั้งลูกจ้างและอาชีพอิสระ
~0 ปีอายุขัยเฉลี่ยคนไทย — นักวางแผนแนะนำให้เผื่ออีกราว 5 ปี
0%สัดส่วนรายได้ขั้นต่ำที่ควรกันไว้ออมทุกเดือน
~0%เงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลต่อปี สูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไปราว 3 เท่า

เส้นทางเงินก้อนเกษียณ

สะสม → ใช้จ่าย
💼 ช่วงสะสม อายุ 30–60
🌴 ช่วงใช้จ่าย อายุ 60–90
⚠️ จุดที่เงินมักหมดก่อน อายุ 75–80
📈 ดอกเบี้ยทบต้น
⏳ เวลาคือต้นทุน
วิดีโอแนะนำ

เกษียณแบบไม่ต้องพึ่งใคร เริ่มยังไงดี

สรุปวิธีประเมินเงินก้อนที่ต้องมี และเครื่องมือที่ช่วยให้เห็นภาพตั้งแต่วันนี้

วิดีโอเริ่มเล่นแบบปิดเสียง · กดปุ่มมุมขวาล่างเพื่อเปิดเสียง

ช่องว่างเงินเกษียณ

ช่องว่างที่เงียบที่สุด
คือช่องว่างระหว่าง “เงินที่มี” กับ “ปีที่ต้องอยู่”

คนส่วนใหญ่ประเมินว่าต้องใช้เงินหลังเกษียณ “ไม่เยอะหรอก” เพราะคิดจากรายจ่ายวันนี้ แต่ลืมว่าเงินจะถูกใช้ในอีก 20–30 ปีข้างหน้า ที่ราคาของทุกอย่างไม่เท่าเดิมแล้ว

ชีวิตหนึ่งแบ่งเป็น 2 ช่วง — ช่วงที่หาเงินได้ กับช่วงที่ต้องใช้เงินเก่า

สังเกตว่าสองช่วงยาว เกือบเท่ากัน — แต่ช่วงหลังไม่มีรายได้เข้ามาเลย

⏳

อายุยืนกว่าที่คิด

วางแผนถึง 80 แต่อยู่ถึง 92 แปลว่ามี 12 ปีที่ไม่มีเงินรองรับ — และเป็น 12 ปีที่ร่างกายต้องการเงินมากที่สุด

📈

เงินเฟ้อกินเงียบ ๆ

เงินเฟ้อ 3% ต่อปี ทำให้ค่าใช้จ่ายเดือนละ 20,000 บาทวันนี้ กลายเป็น ราว 48,000 บาท ในอีก 30 ปี

🏥

ค่ารักษาโตเร็วกว่าทุกอย่าง

เงินเฟ้อค่ารักษาราว 10% ต่อปี และค่ารักษาคิดเป็น 70–80% ของรายจ่ายในช่วงปลายชีวิต

📉

ตลาดลงในปีแรก ๆ ที่เริ่มถอน

ถอนเงินตอนพอร์ตติดลบ = ขายของถูก เงินต้นหายเร็วกว่าที่คำนวณไว้ เรียกว่า ความเสี่ยงลำดับผลตอบแทน

ต้องมีเท่าไหร่ถึงจะพอ

เงินก้อนเกษียณ “ที่พอ” คำนวณจากอะไร

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะรูปแบบชีวิตต่างกัน แต่มีหลักคิดที่ใช้ตั้งต้นได้ และเช็กความสมเหตุสมผลของตัวเลขที่ใครก็ตามเสนอให้คุณ

หลักคิด 3 ชั้น

  • 1. รายจ่ายต่อเดือนที่อยากใช้ — คิดเป็น “เงินวันนี้” ก่อน แล้วค่อยปรับเงินเฟ้อ
  • 2. คูณด้วย จำนวนปีหลังเกษียณ — เผื่ออายุขัยเฉลี่ยบวกอีกราว 5 ปี
  • 3. หัก รายได้ประจำที่จะได้อยู่แล้ว — บำนาญประกันสังคม กบข. เงินปันผล ค่าเช่า
ตัวเลขตั้งต้นที่นักวางแผนมักใช้ — ถ้าหลังเกษียณใช้เดือนละ 20,000 บาท และวางแผนไว้ 25 ปีที่เงินเฟ้อ 4% เงินก้อนที่ต้องเตรียมจะอยู่ราว 10 ล้านบาท ถ้าใช้เดือนละ 50,000 บาท ก็ราว 25 ล้านบาท โดยยังไม่รวมบำนาญใด ๆ
อย่าหลงกับ “เลขกลม ๆ” — 10 ล้านบาทไม่ได้แปลว่าพอสำหรับทุกคน ถ้าคุณเกษียณเร็วกว่า อายุยืนกว่า หรือมีค่ารักษาสูงกว่าคนทั่วไป ตัวเลขจะขยับขึ้นทันที ใช้เครื่องคำนวณด้านล่างกับตัวเลขของคุณเองดีกว่า

ถ้าอยากใช้เดือนละเท่านี้ ต้องมีเงินก้อนราวเท่าไร

ใช้ต่อเดือน
เกษียณ 20 ปี
เกษียณ 30 ปี
15,000 บาทพออยู่ได้ ไม่ฟุ่มเฟือย
≈ 5.3 ล้าน
≈ 9.4 ล้าน
25,000 บาทใช้ชีวิตปกติ มีเที่ยวบ้าง
≈ 8.8 ล้าน
≈ 15.6 ล้าน
40,000 บาทดูแลสุขภาพเต็มที่
≈ 14.1 ล้าน
≈ 25.0 ล้าน

สมมติเงินเฟ้อ 3% · ผลตอบแทนของเงินก้อนหลังเกษียณ 3% · ยังไม่หักบำนาญ
ตัวเลขนี้ใช้ “เทียบขนาด” เท่านั้น ของจริงให้กรอกในเครื่องคำนวณ

สามเสาหลักของเงินเกษียณ

รายได้หลังเกษียณมาจาก 3 ทาง

ความมั่นคงหลังเกษียณไม่ได้มาจากทางเดียว แต่มาจากการมีหลายขาให้ยืน ถ้าขาหนึ่งสั่น อีกสองขายังรับไหว

เสาที่ 1 · ภาครัฐ

บำนาญประกันสังคม / กบข.

ฐานที่ได้อยู่แล้วจากการทำงาน จ่ายตลอดชีวิต แต่จำนวนไม่มาก และ ไม่ได้ปรับตามเงินเฟ้ออัตโนมัติ จึงควรถือเป็น “พื้น” ไม่ใช่ “แผน”

มาตรา 33 · ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 ใช้สูตรใหม่แบบ CARE คิดจากค่าจ้างตลอดชีวิตการทำงาน เพดานค่าจ้างขยับเป็น 17,500 บาท · อัตราบำนาญ 20% + 1.5% ต่อปีที่ส่งเกิน 15 ปี
เสาที่ 2 · ตัวเราเอง

เงินออมและการลงทุน

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF/SSF กองทุนรวม เงินฝาก ทอง อสังหาฯ เสานี้ ยืดหยุ่นที่สุดและมีโอกาสโตชนะเงินเฟ้อ แต่ก็แกว่งตามตลาด

หลักปฏิบัติที่ใช้ได้จริง: กันไว้ออม อย่างน้อย 10% ของรายได้ทุกเดือน และคุมภาระหนี้ไม่เกิน 45% ของรายได้
เสาที่ 3 · โอนความเสี่ยง

ประกันบำนาญ & ประกันสุขภาพ

ประกันบำนาญเปลี่ยนเงินก้อนเป็น รายได้ที่การันตีจนถึงอายุที่กำหนด ช่วยตัดความเสี่ยง “อยู่นานกว่าที่เงินจะพอ” ส่วนประกันสุขภาพกันไม่ให้ค่ารักษาทุบเงินก้อน

เหมาะเป็น ฐานรายได้ขั้นต่ำ ที่ไม่ผันผวน ไม่ใช่เครื่องมือหาผลตอบแทนสูงสุด — เงื่อนไขและผลประโยชน์เป็นไปตามกรมธรรม์
เช็กง่าย ๆ ว่าคุณพึ่งเสาไหนมากเกินไป — ถ้ารายได้หลังเกษียณของคุณมาจากเสาเดียวเกิน 70% แปลว่าแผนยังเปราะ ถ้าเสานั้นสะดุด (ตลาดลง กฎเกณฑ์เปลี่ยน สุขภาพทรุด) จะไม่มีอะไรมารับแทน
เครื่องคำนวณเงินเกษียณ

คำนวณเงินก้อนเกษียณของคุณ

เลื่อนแถบหรือพิมพ์ตัวเลขลงไป ผลลัพธ์จะอัปเดตทันที ทุกอย่างคำนวณในเครื่องของคุณ ไม่มีการส่งข้อมูลออกไปไหน

ตัวเลขเปลี่ยนแล้ว — กดคำนวณอีกครั้งเพื่อดูผลใหม่
เงินก้อนที่ควรมี ณ วันเกษียณ
—
กรอกข้อมูลแล้วกดคำนวณ
คาดว่าจะมีจริง ณ วันเกษียณ—
ยังขาดอยู่—
ต้องออมเพิ่มเดือนละ—
ค่าใช้จ่ายรวม
—
หักรายได้ประจำ
—
เงินที่มีแล้ว
—
จากการออมต่อ
—
เงินคงเหลือตามแผนปัจจุบัน เส้นที่ควรเป็น (ถึงอายุที่วางแผน)
—
ตัวเลขนี้เป็นการประมาณเพื่อการวางแผนเบื้องต้น ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน และไม่ได้รวมภาษี ค่าธรรมเนียม หรือค่ารักษาพยาบาลก้อนใหญ่ที่อาจเกิดขึ้น
เริ่มวันนี้

4 ขั้นที่เริ่มได้ตั้งแต่เดือนนี้

ไม่ต้องรอเงินเดือนขึ้น ไม่ต้องรอปีหน้า — สิ่งที่มีค่าที่สุดในการวางแผนเกษียณคือ “เวลา” ซึ่งลดลงทุกวัน

1

รู้ตัวเลขจริงรู้ก่อนว่าต้องมีเท่าไร

ใช้เครื่องคำนวณด้านบนกับตัวเลขของคุณเอง จดไว้ 3 ค่า: เงินก้อนที่ต้องมี · เงินที่จะมี · ส่วนต่าง

2

ตั้งระบบออมอัตโนมัติก่อนใช้

ตั้งโอนเงินออกทันทีวันเงินเดือนออก อย่างน้อย 10% ของรายได้ — เหลือเท่าไรค่อยใช้ ไม่ใช่เหลือเท่าไรค่อยออม

3

กันรูรั่วปิดความเสี่ยงค่ารักษา

ค่ารักษาก้อนเดียวลบเงินเกษียณได้หลายปี ตรวจว่าความคุ้มครองสุขภาพยังใช้ได้หลังอายุ 60 หรือไม่

4

ทบทวนเช็กแผนปีละครั้ง

รายได้ ภาระ และเป้าหมายเปลี่ยนทุกปี แผนที่ไม่เคยทบทวนคือแผนของคนที่คุณเป็นเมื่อหลายปีก่อน

ราคาของการเริ่มช้า

สมมติเป้าหมายเท่ากันคือมีเงิน 10 ล้านบาทตอนอายุ 60 ที่ผลตอบแทน 5% ต่อปี — ตัวเลขด้านขวาคือจำนวนเงินที่ต้องออมต่อเดือน ความต่างไม่ได้มาจากความขยัน แต่มาจาก จำนวนปีที่ดอกเบี้ยได้ทำงาน

เริ่มช้า 10 ปี ไม่ได้แปลว่าต้องออมเพิ่มอีก 10 ปี แต่แปลว่าต้อง ออมหนักขึ้นเกือบเท่าตัวทุกเดือน ตลอดเวลาที่เหลือ

ออมเดือนละเท่าไร ถึงจะได้ 10 ล้านตอน 60

เริ่มตอนอายุ
ต้องออมเดือนละ
25 ปี เหลือเวลา 35 ปี
≈ 7,300 บาท
35 ปี เหลือเวลา 25 ปี
≈ 16,800 บาท
45 ปี เหลือเวลา 15 ปี
≈ 37,400 บาท
50 ปี เหลือเวลา 10 ปี
≈ 64,400 บาท

สมมติผลตอบแทน 5% ต่อปี ทบต้นรายเดือน · เริ่มจากเงินต้น 0 บาท

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่คนวางแผนเกษียณถามบ่อย

มีประกันสังคมแล้ว ยังต้องออมเองอีกไหม

ต้องครับ/ค่ะ บำนาญชราภาพออกแบบมาเป็น “ฐานกันจน” ไม่ใช่ “เงินเลี้ยงชีพเต็มจำนวน” ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 เปลี่ยนมาใช้สูตร CARE ที่คิดจากค่าจ้างตลอดชีวิตการทำงานและขยายเพดานค่าจ้างเป็น 17,500 บาท ซึ่งช่วยให้บำนาญสูงขึ้นกว่าสูตรเดิม แต่ตัวเลขที่ได้ยังห่างจากค่าใช้จ่ายจริงของคนส่วนใหญ่มาก และไม่ได้ปรับตามเงินเฟ้อทุกปี จึงควรถือเป็นเพียงเสาแรกใน 3 เสา

ควรใช้ผลตอบแทนกี่เปอร์เซ็นต์ในการคำนวณ

ไม่มีเลขถูกเลขผิด แต่มีเลขที่ “อธิบายได้” — หลักที่ใช้กันคือช่วงสะสมยังรับความเสี่ยงได้ จึงตั้งสูงกว่าช่วงถอนใช้ ค่าเริ่มต้นในเครื่องคำนวณนี้ตั้งไว้ 5% ก่อนเกษียณ และ 3% หลังเกษียณ ข้อแนะนำคือลองปรับให้ต่ำลงกว่าที่คิดสัก 1–2% แล้วดูว่าแผนยังอยู่ได้ไหม ถ้าอยู่ได้แปลว่าแผนทนทาน

เกษียณแล้วเงินหมดก่อนตาย ต้องทำอย่างไร

ทางแก้มี 4 ทางเท่านั้น และมักต้องผสมกัน: เก็บเพิ่ม · ใช้ให้น้อยลง · เลื่อนวันเกษียณออกไป · หรือโอนความเสี่ยงอายุยืนให้ระบบผ่านประกันบำนาญที่จ่ายเป็นรายงวดจนถึงอายุที่กำหนด ยิ่งรู้ตัวเร็ว ทางเลือกยิ่งเยอะและเจ็บน้อย

ประกันบำนาญต่างจากกองทุนรวมอย่างไร

กองทุนรวมให้ “โอกาสผลตอบแทน” แต่ไม่รับประกันว่าเงินจะพอถึงวันสุดท้าย ส่วนประกันบำนาญให้ “ความแน่นอนของกระแสเงิน” เป็นงวด ๆ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ แลกกับผลตอบแทนที่มักต่ำกว่า — คนส่วนใหญ่จึงใช้ทั้งสองอย่าง โดยให้ประกันบำนาญคุมรายจ่ายจำเป็นขั้นต่ำ และให้การลงทุนดูแลส่วนที่เหลือ รายละเอียดผลประโยชน์และเงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท

ทำไมต้องคิดค่ารักษาพยาบาลแยกจากค่าใช้จ่ายทั่วไป

เพราะมันโตคนละอัตรา ค่าใช้จ่ายทั่วไปโตราว 3% ต่อปี แต่ค่ารักษาพยาบาลโตราว 10% ต่อปี และกระจุกตัวในช่วงปลายชีวิตซึ่งเป็นช่วงที่เรากลับมีรายได้น้อยที่สุด ถ้ารวมสองอย่างไว้ด้วยกันแล้วใช้เงินเฟ้อเดียว จะประเมินต่ำกว่าความจริงมาก

อยากรู้ว่าแผนของคุณ ยังขาดอะไร

ส่งข้อมูลเบื้องต้นมาพูดคุยกันได้ เราช่วยดูภาพรวมและบอกได้ว่าตัวเลขที่คุณคำนวณไว้สมเหตุสมผลแค่ไหน