ทีมตัวแทนผู้ให้บริการ ดูประวัติและช่องทางติดต่อของทีม
🎓 วางแผนการศึกษาบุตร · ฉบับเข้าใจง่าย

ค่าเทอมไม่ได้รอ
จนกว่าคุณจะพร้อม

ค่าใช้จ่ายเปิดเทอมของครัวเรือนไทยปี 2569 เฉลี่ย 29,930 บาทต่อครั้ง และเพิ่มขึ้นราว 6% ทุกปี — แปลว่าค่าเทอมที่คุณเห็นวันนี้ ไม่ใช่ตัวเลขที่คุณจะต้องจ่ายจริง ในวันที่ลูกโตพอจะเข้าเรียน

✅ แยกค่าใช้จ่ายรายชั้นเรียน ✅ ปรับเงินเฟ้อการศึกษาได้ ✅ บอกว่าต้องออมเดือนละเท่าไร
0%ค่าใช้จ่ายเปิดเทอมเพิ่มขึ้นต่อปี — สูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไปราว 2 เท่า
0 ปีระยะเวลาที่ต้องจ่ายต่อเนื่อง ตั้งแต่อนุบาลถึงจบปริญญาตรี
0%ของครัวเรือนไทยบอกว่าเงินเปิดเทอมปีนี้ไม่พอ

ค่าใช้จ่ายรายปีตามอายุลูก

อนุบาล → ปริญญาตรี
🧸 อนุบาล อายุ 3–5 ปี
🎒 ประถม อายุ 6–11 ปี
📚 มัธยม อายุ 12–17 ปี
🎓 ปริญญาตรี อายุ 18–21 ปี
💡 เริ่มเร็ว = เบาทุกเดือน
📈 เงินเฟ้อ 6%/ปี
วิดีโอแนะนำ

ค่าเทอมลูก เตรียมตั้งแต่วันนี้ทันไหม

สรุปค่าใช้จ่ายการศึกษาตั้งแต่อนุบาลถึงปริญญาตรี และวิธีทยอยเตรียมแบบไม่กดดันตัวเอง

วิดีโอเริ่มเล่นแบบปิดเสียง · กดปุ่มมุมขวาล่างเพื่อเปิดเสียง

ตัวเลขจริงที่ต้องเตรียม

ค่าเทอมที่คุณเห็นวันนี้
ไม่ใช่ราคาที่คุณจะจ่ายจริง

เพราะเงินที่ต้องจ่าย อยู่ในอนาคต ไม่ใช่วันนี้ — และการศึกษาเป็นหนึ่งในไม่กี่อย่าง ที่ราคาขึ้นเร็วกว่าค่าครองชีพทั่วไปเกือบทุกปี

📈

ขึ้นปีละราว 6%

ค่าใช้จ่ายเปิดเทอมเฉลี่ยต่อครัวเรือนปี 2569 อยู่ที่ 29,930 บาท เพิ่มขึ้นราว 6% จากปีก่อน และเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 17 ปี

🧾

ค่าเทอมไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเดียว

ชุดนักเรียน อุปกรณ์ รถรับส่ง เรียนพิเศษ กิจกรรม — รวมกันมัก มากกว่าค่าเทอมที่ประกาศไว้ ควรคิดเป็น “ค่าใช้จ่ายรวมต่อปี” ไม่ใช่แค่ค่าเทอม

⏱️

จ่ายต่อเนื่อง 19 ปี

ตั้งแต่อนุบาลถึงจบปริญญาตรีคือ ราว 19 ปีติดต่อกัน ไม่ใช่ก้อนเดียวจบ แผนจึงต้องเป็น “กระแสเงิน” ไม่ใช่ “เงินก้อน”

⚠️

ความเสี่ยงที่คนลืม

แผนการศึกษาส่วนใหญ่พังไม่ใช่เพราะออมน้อย แต่เพราะ คนที่หาเงินเข้าบ้านหยุดหาได้ — เจ็บหนัก ทุพพลภาพ หรือจากไปกลางทาง

ลองคิดแบบนี้ — ถ้าค่าเทอมมหาวิทยาลัยวันนี้ปีละ 120,000 บาท และขึ้นปีละ 6% เมื่อลูกที่เพิ่งเกิดวันนี้เข้ามหาวิทยาลัยในอีก 18 ปี ค่าเทอมปีแรกจะอยู่ที่ราว 342,000 บาท — เกือบ 3 เท่าของราคาวันนี้
ค่าใช้จ่ายแยกตามระดับชั้น

แต่ละช่วงชั้น ใช้เงินประมาณเท่าไร

ตัวเลขอ้างอิงปีการศึกษา 2569 เป็นช่วงกว้าง ๆ เพื่อให้เห็นขนาด ของจริงต่างกันมากตามโรงเรียน จังหวัด และหลักสูตร

🧸

อายุ 3–5 ปี · 3 ปีอนุบาล

ช่วงที่ส่วนต่างระหว่างโรงเรียนรัฐกับเอกชนกว้างที่สุด และหลายบ้านเลือกเอกชนเพราะเรื่องเวลารับส่ง

22,000 – 84,000บาท/ปี · รัฐ → เอกชน
🎒

อายุ 6–11 ปี · 6 ปีประถมศึกษา

ช่วงยาวที่สุดช่วงหนึ่ง ค่าเรียนพิเศษเริ่มเข้ามาเป็นก้อนที่ไม่เล็ก โดยเฉพาะช่วง ป.4–ป.6

22,000 – 84,000บาท/ปี · รัฐ → เอกชน
📚

อายุ 12–17 ปี · 6 ปีมัธยมศึกษา

ค่าเรียนพิเศษพุ่งสูงสุดในช่วง ม.5–ม.6 เพราะการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย

25,000 – 95,000บาท/ปี · รัฐ → เอกชน
🎓

อายุ 18–21 ปี · 4 ปีปริญญาตรี

ค่าเทอมมหาวิทยาลัยรัฐ 13,000–22,000 บาท/เทอม (แพทย์ วิศวะ สูงกว่านี้) เอกชน 25,000–45,000 บาท/เทอม · เมื่อรวมค่าหอ ค่ากิน ค่าเดินทาง มักต้องเตรียมปีละไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท

100,000 – 250,000บาท/ปี · รวมค่าครองชีพ
🌏

ทางเลือกสองภาษา / นานาชาติ

โรงเรียนสองภาษาและนานาชาติเริ่มต้นที่หลักแสนต่อปีและขึ้นไปถึงหลายแสน หลักสูตรอินเตอร์ในมหาวิทยาลัยรัฐอยู่ที่ 40,000–120,000 บาท/เทอม

150,000 – 800,000บาท/ปี
ถ้ารายได้ครัวเรือนไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี ลูกมีสิทธิ์กู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งครอบคลุมค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพได้ถึงเดือนละ 3,000 บาท — แต่ กยศ. คือ “หนี้ของลูก” ไม่ใช่ “แผนของพ่อแม่” ควรวางเป็นทางสำรอง ไม่ใช่ทางหลัก
เครื่องคำนวณค่าการศึกษา

คำนวณเงินค่าการศึกษาของลูกคุณ

เลือกแนวโรงเรียนที่วางไว้ แล้วปรับตัวเลขให้ตรงกับของจริง ระบบจะไล่คำนวณค่าใช้จ่ายทุกปีจนลูกเรียนจบ พร้อมบอกว่าต้องออมเดือนละเท่าไร

ตัวเลขเปลี่ยนแล้ว — กดคำนวณอีกครั้งเพื่อดูผลใหม่
ต้องเตรียมเงินเพิ่มอีก (มูลค่าวันนี้)
—
กรอกข้อมูลแล้วกดคำนวณ
ต้องออมเดือนละ—
ค่าใช้จ่ายรวมที่จะจ่ายจริง—
อนุบาล
—
ประถม
—
มัธยม
—
ปริญญาตรี
—
หักเงินที่มีแล้ว
—
อนุบาล ประถม มัธยม ปริญญาตรี
—
ตัวเลขนี้เป็นการประมาณเพื่อการวางแผนเบื้องต้น ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน
เตรียมเงินก้อนนี้ได้ยังไง

3 วิธีเตรียมเงินค่าการศึกษา

ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดในทุกสถานการณ์ — แต่ละวิธีแลกกันคนละอย่าง คนส่วนใหญ่ใช้มากกว่าหนึ่งวิธีผสมกัน

🏦

เงินฝาก & กองทุนรวม

ยืดหยุ่นที่สุด ถอนได้ตลอด และเลือกระดับความเสี่ยงเองได้

  • + เข้าถึงเงินได้ทันทีเมื่อจำเป็น
  • + ต้นทุนต่ำ เลือกกองทุนได้หลากหลาย
  • − ต้องมีวินัยเอง ไม่มีอะไรบังคับให้ออมต่อ
  • − ถ้าตลาดลงในปีที่ต้องใช้เงินพอดี จะเจ็บ
📜

ประกันสะสมทรัพย์

กำหนดวันครบสัญญาให้ตรงกับปีที่ลูกเข้ามหาวิทยาลัยได้

  • + รู้ยอดที่จะได้รับล่วงหน้าตามกรมธรรม์
  • + มีความคุ้มครองชีวิตติดมาด้วยส่วนหนึ่ง
  • − ผลตอบแทนมักต่ำกว่าการลงทุน
  • − เวนคืนก่อนกำหนดมักได้เงินคืนน้อยกว่าที่จ่ายไป
🛡️

ประกันชีวิตคุ้มครองผู้ปกครอง

ไม่ได้สร้างเงินออม แต่ทำให้แผนไม่พังถ้าคนหาเงินหายไป

  • + ปิดความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของแผนการศึกษา
  • + เบี้ยต่ำเมื่อเทียบกับทุนประกันที่ได้ (แบบชั่วระยะเวลา)
  • − ถ้าไม่เกิดเหตุ ไม่มีเงินคืน (แบบชั่วระยะเวลา)
  • − ต้องผ่านการพิจารณารับประกันตามสุขภาพ

ทำไมข้อ 3 ถึงสำคัญกว่าที่คิด

สมมติคุณวางแผนออมเดือนละ 6,000 บาทเป็นเวลา 15 ปี เพื่อส่งลูกเรียนจนจบ — แผนนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานเดียวที่ไม่มีใครพูดถึง คือ คุณยังทำงานอยู่ครบทั้ง 15 ปี

ถ้าปีที่ 3 เกิดอะไรขึ้น เงินที่ออมไปแล้วคือ 216,000 บาท ส่วนเงินที่ยังไม่ได้ออมคือกว่า 860,000 บาท — และไม่มีใครออมแทนได้

นี่คือเหตุผลที่แผนการศึกษาที่สมบูรณ์มักมี 2 ชั้น เสมอ: ชั้นแรกคือเงินออมที่โตไปเรื่อย ๆ ชั้นที่สองคือทุนประกันที่เข้ามาแทนที่เงินออมที่เหลือทันที หากผู้ปกครองไม่อยู่
ดูเรื่องประกันชีวิต →

เริ่มตอนลูกอายุเท่าไร ต้องออมเดือนละเท่าไร

เริ่มตอนลูกอายุ
ต้องออมเดือนละ
แรกเกิด มีเวลา 22 ปี
≈ 6,100 บาท
5 ขวบ มีเวลา 17 ปี
≈ 8,300 บาท
10 ขวบ มีเวลา 12 ปี
≈ 12,400 บาท
15 ปี มีเวลา 7 ปี
≈ 22,900 บาท

อิงค่าใช้จ่ายเริ่มต้นแบบ “รัฐบาล + เรียนพิเศษ” · เงินเฟ้อการศึกษา 6% · ผลตอบแทนเงินออม 3%
ลองเปลี่ยนอายุลูกในเครื่องคำนวณด้านบนแล้วดูตัวเลขของคุณเอง

เริ่มวันนี้

4 ขั้นที่ทำได้ตั้งแต่เดือนนี้

1

ตั้งเป้าเลือกเส้นทางก่อน

รัฐ เอกชน สองภาษา หรืออินเตอร์ — ตัดสินใจคร่าว ๆ ก่อน เพราะตัวเลขต่างกันได้หลายเท่า

2

แยกกระเป๋าเปิดบัญชีแยกเฉพาะ

เงินการศึกษาต้องไม่ปนกับเงินใช้จ่ายประจำวัน ไม่งั้นมันจะถูกใช้ไปโดยไม่รู้ตัว

3

กันแผนพังคุ้มครองคนหาเงิน

ทุนประกันควรครอบคลุมค่าการศึกษาที่ยังเหลืออยู่ ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่ายในบ้าน

4

ทบทวนเช็กทุกปีตอนเปิดเทอม

ค่าเทอมจริงที่จ่ายปีนี้ คือข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับปรับแผนปีหน้า

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อย

ควรเริ่มเตรียมเงินการศึกษาตอนลูกอายุเท่าไร

เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะสิ่งที่ทำงานแทนคุณคือเวลา ไม่ใช่จำนวนเงิน จากตารางด้านบน เริ่มตอนลูกแรกเกิดกับเริ่มตอนลูก 10 ขวบ ต่างกันประมาณเท่าตัวต่อเดือน ทั้งที่เป้าหมายปลายทางเท่ากัน ถ้ายังเริ่มด้วยจำนวนมากไม่ได้ ให้เริ่มด้วยจำนวนน้อยแต่เริ่มจริง ๆ ดีกว่ารอ

ควรใช้เงินเฟ้อการศึกษากี่เปอร์เซ็นต์

ค่าเริ่มต้นในเครื่องคำนวณนี้ตั้งไว้ที่ 6% ซึ่งอ้างอิงจากค่าใช้จ่ายเปิดเทอมปี 2569 ที่เพิ่มขึ้นราว 6% จากปีก่อน หากลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติหรือหลักสูตรอินเตอร์ อัตราการขึ้นราคามักสูงกว่านั้น ควรลองปรับขึ้นเป็น 7–8% แล้วดูว่าแผนยังไหวหรือไม่

เอาเงินการศึกษาไปลงทุนหุ้นให้โตเร็ว ๆ ดีไหม

ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเงินก้อนนี้มี วันครบกำหนดที่เลื่อนไม่ได้ — ลูกเข้ามหาวิทยาลัยปีนั้นก็คือปีนั้น ถ้าตลาดลง 30% พอดีในปีที่ต้องใช้เงิน คุณไม่มีเวลารอให้มันฟื้น หลักที่ใช้กันคือยิ่งใกล้วันใช้เงิน ยิ่งลดความเสี่ยงลง เช่น 10 ปีขึ้นไปลงทุนได้เต็มที่ แต่เหลือ 3 ปีควรย้ายมาอยู่ในสินทรัพย์ที่นิ่ง

ทุนประกันเพื่อการศึกษาควรเท่าไร

หลักคิดง่าย ๆ คือ เท่ากับค่าการศึกษาที่ยังไม่ได้ออม ณ วันนี้ ตัวเลข “ต้องเตรียมเงินเพิ่มอีก” ในเครื่องคำนวณด้านบนใช้เป็นจุดตั้งต้นได้เลย แล้วนำไปรวมกับทุนประกันส่วนที่ดูแลค่าใช้จ่ายในบ้าน ซึ่งคำนวณได้ที่หน้าประกันชีวิต

ถ้าลูกได้ทุน หรือเลือกไม่เรียนต่อ เงินที่เตรียมไว้จะเสียเปล่าไหม

ไม่เสียเปล่า เพราะมันคือเงินออมของครอบครัวที่มีเป้าหมายชัดเจน ถ้าไม่ได้ใช้กับการศึกษา มันก็กลายเป็นเงินก้อนตั้งต้นให้ลูก หรือเงินเกษียณของคุณเอง ความเสี่ยงที่แท้จริงไม่ใช่ “เตรียมแล้วไม่ได้ใช้” แต่คือ “ถึงเวลาใช้แล้วไม่มี”

อยากให้ช่วยดูแผนการศึกษาของลูก

ส่งข้อมูลเบื้องต้นมาคุยกันได้ เราช่วยดูว่าตัวเลขที่คุณคำนวณไว้สมเหตุสมผลไหม และยังมีช่องโหว่ตรงไหน